กู้ซื้อบ้านต้องเตรียมเอกสารอย่างไร และมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

เมื่อเลือกบ้านที่ถูกใจเราได้แล้ว ขั้นตอนหลังจากการทำสัญญาซื้อขายหรือจองบ้านเรียบร้อยแล้วก็คือการยื่นกู้กับธนาคาร (แต่บางธนาคารก็เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถยื่นกู้ได้โดยยังไม่ต้องทำสัญญาซื้อขาย) โดยการยื่นกู้บ้านกับธนาคารนั้น เราสามารถทำเรื่องได้ด้วยตัวเอง หรือจะให้ที่ปรึกษาการขายเป็นผู้ดำเนินการขั้นตอนนี้ก็จะสะดวกและประหยัดเวลา โดยเอกสารสำคัญที่เราจะต้องจัดเตรียมมีดังนี้

บุคคลธรรมดา

  1. สำเนาบัตรประชาชน
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน
  3. สเตทเม้นท์ย้อนหลัง 6 เดือน เป็นเอกสารที่ทางธนาคารจะใช้พิจารณาสถานะทางการเงินของเราว่ามีรายรับและรายจ่ายที่มีความน่าเชื่อถือของเครดิตระดับไหน
  4. หนังสือรับรองเงินเดือน เป็นการรับรองว่าเรามีรายได้ที่แน่นอน
  5. ภงด.90/91 เอกสารตัวนี้ไม่จำเป็นต้องยื่นประกอบการกู้ก็ได้ แต่ถ้ามีจะทำให้เรามีความน่าเชื่อถือทางเครดิตมากขึ้น เพราะบางคนอาจจะมีรายได้เสริม ที่ไม่ได้มีเอกสารยืนยันเหมือนรายได้หลัก หรือผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ ก็สามารถใช้เอกสารตัวนี้ในการยืนยันรายได้ต่อปีของคุณก็ได้
  6. 50 ทวิ หรือ ใบหัก ณ ที่จ่าย กรณีที่คุณมีการรับงานเสริมจากบริษัทฯอื่น และมีการออกใบหัก ณ ที่จ่าย เอกสารตัวนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ยืนยันรายได้ของคุณได้

นิติบุคคล

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
  2. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน (อายุไม่เกิน 1 เดือน)
  3. สำเนาบัญชีรายชื่อผุ้ถือหุ้น (อายุไม่เกิน 1 เดือน)
  4. สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ
  5. รายงานการประชุม คณะกรรมการบริษัทเพื่อซื้อห้องชุด โดยระบุที่มาของเงินที่ซื้อและวัตถุประสงค์
  6. หนังสือแสดงตัวอย่างลายมือชื่อกรรมการบริษัท
  7. แบบ ก. (กรรมการเข้าใหม่)
  8. สำเนาเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคล

โดยในขั้นตอนการเตรียมเอกสารเพื่อยื่นกู้นั้น ยิ่งเราเตรียมเอกสารได้ครบถ้วนมากเท่าไหร่ก็จะทำให้ระยะเวลาในการยื่นกู้นั้นทราบผลเร็วขึ้นมากเท่านั้น คราวนี้เรามาดูกันดีกว่าว่า ระหว่างที่เรารอผลอนุมัติการกู้ซื้อจากธนาคาร เราจะต้องเตรียมค่าใช้จ่ายอะไรบ้างนอกเหนือจากค่าทำสัญญา และค่าผ่อนชำระรายเดือน

เงินดาวน์ คือเงินที่จะต้องจ่ายให้กับโครงการที่เราซื้อบ้าน (ไม่ใช่เงินที่ผ่อนกับทางธนาคารเพราะเรายังไม่ได้ทำการกู้ซื้อบ้าน) หลังจากที่เราทำการจองบ้านแล้ว และบ้านยังสร้างไม่เสร็จ ผู้ซื้อจะต้องจ่ายเงินดาวน์ตามจำนวนงวดที่โครงการระบุไว้ในสัญญาจนถึงวันที่บ้านพร้อมโอน และเราจะได้เงินดาวน์คืนเมื่อผู้ซื้อโอนบ้านเป็นของตัวเองแล้ว รวมไปถึงเงินทำสัญญาและเงินจองผู้ซื้อก็จะได้คืนด้วย

ค่าโอนบ้าน ค่าโอนบ้านนี้เราจะต้องจ่ายก็ต่อเมื่อธนาคารอนุมัติการกู้ และการโอนนั้นผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายฝ่ายละ 1% ของราคาบ้านที่กรมที่ดินประเมิน

ค่าจดจำนอง ค่าใช้จ่ายที่ผู้ซื้อจะต้องจ่ายให้กับกรมที่ดิน กรณีที่เราจำนองอสังหาริมทรัพย์โดยคิดราคาจำนอง 1% ของจำนวนเงินที่กู้มา

ค่าส่วนกลาง ค่าใช้จ่ายที่ผู้ซื้อจะต้องจ่ายให้กับนิติบุคคลของโครงการ เพื่อใช้ในการบริหารส่วนกลางโครงการ

ค่ามิเตอร์น้ำ – ไฟ บ้านทุกหลังจะต้องทำการขอมิเตอร์น้ำและไฟฟ้าใหม่ ซึ่งค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับขนาดของมิเตอร์

โดยค่าใช้จ่ายที่กล่าวมาข้างต้นนั้น แปรผันตามขนาดของบ้านและราคาบ้านของแต่ละโครงการ โดยปัจจุบันหลายโครงการจะมีข้อเสนอพิเศษช่วยในเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆเพื่อลดภาระของลูกค้า สามารถสอบถามรายละเอียดข้อเสนอพิเศษได้ที่ ที่ปรึกษาการขายของโครงการ

ในการเลือกโครงการบ้านนั้น นอกจากจะเลือกดีไซน์ที่ใช้ ทำเลที่ชอบแล้ว สิ่งสำคัญคือโครงการบ้านและทีมงานจะต้องมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกในขั้นตอนต่างๆให้แก่คุณ เพื่อร่นระยะเวลาและทำให้การกู้ซื้อเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด สุดท้ายนี้ขอฝากทีมงานที่ปรึกษาการขายโครงการบ้านคุณภาพของ Park Residence ที่พร้อมช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในทุกขั้นตอน เพราะเรามุ่งเน้นผลลัพธ์สูงสุดในมาตรฐานการทำงาน เพื่อความสุขของลูกบ้านทุกหลัง สวัสดีค่ะ…